เกี่ยวกับเรา

ประวัติบริษัท
เจแปน แวลูเออร์ส (ไทยแลนด์) มีความเชี่ยวชาญในระดับสูงและมุมมองระดับโลกในการให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ ด้วยพื้นฐานความถูกต้องแม่นยำ ความซื่อสัตย์ และนวัตกรรมที่ทันสมัย เราจึงเป็นผู้เชี่ยวชาญในการมอบโซลูชันที่ครอบคลุม ซึ่งปรับให้เหมาะกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าของเรา
ปรัชญาองค์กร
เรามุ่งมั่นที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่น่าเชื่อถือในวงการอสังหาริมทรัพย์ โดยใช้แนวคิดที่ยืดหยุ่นและพลังงานที่กว้างขวางเพื่อดำเนินการ เราตั้งใจที่จะเป็นองค์กรที่การ “มีอยู่” ของเรานั้นได้รับการยอมรับและชื่นชมในสังคม
ปรัชญาธุรกิจ
เจแปน แวลูเออร์ส (ไทยแลนด์) เรานำเสนอบริการที่ครอบคลุมทุกด้าน ตั้งแต่การประเมินมูลค่าทรัพย์สิน การวิจัยและให้คำปรึกษา การออกแบบสถาปัตยกรรม ไปจนถึงการตรวจสอบอาคาร เรามุ่งมั่นที่จะให้ข้อมูลเชิงลึกที่ถูกต้อง กลยุทธ์ที่ล้ำนำสมัย และโซลูชันที่ใช้งานได้จริง เพื่อให้มั่นใจว่าโครงการทุกโครงการจะสามารถบรรลุศักยภาพสูงสุดได้อย่างเต็มที่
ภาพรวมธุรกิจ
ที่ เจแปน แวลูเออร์ส (ไทยแลนด์) เราเชื่อว่าบุคลากรของเราเป็นทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด ภาพรวมธุรกิจของเราสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรม ความร่วมมือ และการเติบโตในสายอาชีพ เราส่งเสริมให้ทีมงานทุกคนเติบโตไปพร้อมกับองค์กรในทุกมิติของธุรกิจ ด้วยความเชี่ยวชาญและความมุ่งมั่นในมาตรฐานระดับสูง เจแปน แวลูเออร์ส (ไทยแลนด์) พร้อมที่จะเป็นพันธมิตรที่คุณไว้วางใจในทุกเรื่องเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์
ประวัติของ Japan Valuers
ได้จัดตั้งเครือข่ายผู้ประเมินราคาทั่วประเทศเป็นครั้งแรก
ได้รวมเข้ากับ Hiro & Associates, Inc. ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับการยอมรับอย่างสูงจากนักลงทุนต่างประเทศ
เปิดสำนักงานสาขาใน Naka-ku, Nagoya
เริ่มพัฒนาโมเดลเครือข่ายทั่วโลก โดยเน้นเป็นพิเศษที่เอเชียและอเมริกาเหนือ
ควบรวมกิจการกับ Wakaba Tokai Estate Consultants Ltd.
ได้รับการขึ้นทะเบียนและกำกับดูแลโดย RICS (Royal Institution of Chartered Surveyors-UK)
ย้ายสำนักงานใหญ่โตเกียวไปที่ Fujimi, Chiyoda-ku เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ
ขยายธุรกิจไปต่างประเทศด้วยการก่อตั้ง Japan Valuers (Myanmar) Co., Ltd. และร่วมก่อตั้ง Japan Valuers (Cambodia) Co., Ltd.
ยกระดับแผนกความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่สำนักงานใหญ่โตเกียว เพื่อให้บริการลูกค้าต่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น โดยมี Takashi Nakazawa เป็นหัวหน้า
Japan Valuers ได้ร่วมมือกับคุณ รัชภูมิ จงภักดี ผู้เชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์ โดยมุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าในประเทศไทยและทั่วภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
การสร้างสรรค์พื้นที่ การสร้างอนาคต ไปด้วยกัน
เจแปน แวลูเออร์ส (ไทยแลนด์) สร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้ด้วยการให้คำปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ ที่ผสมผสานความเชี่ยวชาญ นวัตกรรม และวิสัยทัศน์ที่ล้ำสมัย เรามุ่งมั่นที่จะช่วยปลดล็อกศักยภาพของอสังหาริมทรัพย์ทุกแห่ง พร้อมทั้งออกแบบอนาคตของวงการอสังหาริมทรัพย์ไปพร้อมกัน


ทีมสำนักงานประเทศไทย
กรรมการผู้จัดการ
Email : Ratchaphum.j@jvthailand.com
ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายประเมินราคาทรัพย์สิน
Email: info@jvthailand.com
รองผู้อำนวยการฝ่ายประเมินราคาทรัพย์สิน
Email: Prakong.k@jvthailand.com
ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน
Email: Manunya.c@jvthailand.com
ผู้จัดการ | ฝ่ายที่ปรึกษาทางธุรกิจ
ผู้จัดการชั่วคราว | ฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด
Email: Orakanya.y@jvthailand.com
ผู้ช่วยผู้จัดการ
ฝ่ายที่ปรึกษาและประเมินมูลค่าธุรกิจการบริการ
Email : Pippa.k@jvthailand.com
ผู้ช่วยผู้จัดการ
ฝ่ายธุรกิจและการตลาด
Email: Jidanan.s@jvthailand.com
สมาชิกและสมาคม





ข้อมูลเชิงลึกและการวิจัย
อุตสาหกรรมอาคารสำนักงานในกรุงเทพมหานครยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบการทำงาน เทคโนโลยี และความคาดหวังด้านความยั่งยืนขององค์กรทั่วโลก การแข่งขันในตลาดไม่ได้จำกัดอยู่เพียงทำเลหรือค่าเช่า แต่ขยายไปสู่คุณภาพอาคาร ประสบการณ์ผู้ใช้งาน และความสามารถในการรองรับอนาคตของการทำงานยุคใหม่ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญต่อการลงทุนและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์
การเติบโตของ New CBD และอุปทานอาคารสำนักงานใหม่
หนึ่งในแนวโน้มสำคัญคือการเติบโตของเขตศูนย์กลางธุรกิจใหม่ (New CBD) ที่มีอุปทานอาคารสำนักงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในทำเลที่เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนและโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการทำงานสมัยใหม่ พื้นที่เหล่านี้จึงดึงดูดทั้งผู้พัฒนาโครงการ นักลงทุน และผู้เช่าองค์กรที่ต้องการศักยภาพด้านการเข้าถึงและภาพลักษณ์องค์กร
อาคารสำนักงานคุณภาพสูงและยั่งยืนเป็นปัจจัยตัดสินใจหลัก
องค์กรขนาดใหญ่และบริษัทข้ามชาติให้ความสำคัญกับอาคารที่ได้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาวะมากขึ้น ส่งผลให้อาคารสำนักงานคุณภาพสูงที่ออกแบบโดยคำนึงถึงความยั่งยืน มีแนวโน้มได้รับอัตราการครอบครองพื้นที่สูงและสามารถรักษาระดับค่าเช่าได้ดีกว่าอาคารทั่วไป แนวโน้มนี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการเลือกพื้นที่ด้วยต้นทุน ไปสู่การให้คุณค่ากับประสิทธิภาพและภาพลักษณ์องค์กรในระยะยาว
การแข่งขันในตลาดสูงขึ้นและอำนาจต่อรองของผู้เช่า
การเพิ่มขึ้นของอุปทานพื้นที่สำนักงานทำให้การแข่งขันในตลาดเข้มข้นขึ้น ผู้เช่ามีทางเลือกหลากหลายทั้งด้านราคา คุณภาพ และความยืดหยุ่นในการใช้งานพื้นที่ เจ้าของอาคารจึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์ด้านราคา การบริหารพื้นที่ และบริการ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันและดึงดูดผู้เช่า
แนวโน้มตลาดอาคารสำนักงานในกรุงเทพมหานครแสดงให้เห็นว่าการตัดสินใจลงทุนหรือพัฒนาโครงการจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลเชิงลึกและการวิเคราะห์ตลาดที่แม่นยำ การใช้บริการด้านการวิจัยตลาดจาก Japan Valuers Thailand สามารถช่วยประเมินโอกาส ความเสี่ยง และทิศทางตลาด เพื่อสนับสนุนการวางกลยุทธ์ธุรกิจอย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ

ได้รวบรวมไฮไลท์สำคัญจากปีที่ผ่านมา ผ่านบทความเชิงลึกที่สะท้อนพัฒนาการสำคัญในภาพรวมของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ พร้อมนำเสนอแนวโน้มและมุมมองต่อทิศทางที่จะกำหนดปี 2026 โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ การวิจัยตลาด และการให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและการลงทุน
เราภูมิใจที่ได้แบ่งปันองค์ความรู้ที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจอย่างรอบด้าน และสร้างบทสนทนาที่มีคุณค่าให้กับภาคอุตสาหกรรม โดยผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ การวิจัยตลาด และการให้คำปรึกษาด้านธุรกิจและการลงทุน

อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพของไทยยังคงเป็นหนึ่งในภาคเศรษฐกิจสำคัญในปี 2025 ขับเคลื่อนโดยบริการทางการแพทย์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การดูแลเชิงป้องกัน และการดูแลผู้สูงอายุ
ปัจจัยเชิงโครงสร้าง เช่น สังคมสูงวัยและอายุขัยที่ยืนยาว ช่วยหนุนการเติบโตอย่างมั่นคง พร้อมแรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายด้านสาธารณสุขและนโยบาย Global Health and Medical Hub

การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานของไทยกำลังก่อให้เกิดโอกาสใหม่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ รายงานฉบับล่าสุดได้สรุปประเด็นสำคัญที่นักลงทุนและผู้ประกอบการควรติดตามอย่างใกล้ชิด
- แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2025
- โครงสร้างการถือครองทรัพย์สินของชาวต่างชาติในประเทศไทย
- ประเทศไทย: ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วยโครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์
- ภาพรวมสถานการณ์เศรษฐกิจไทยและความท้าทายสำคัญ
- แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2025: มุมมองรายภาคส่วน
เศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวในระดับที่มั่นคง ขณะที่เมกะโปรเจกต์ด้านคมนาคมและการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษผลักดันให้ไทยยังคงเป็นจุดหมายหลักของการลงทุนต่างชาติ ตลาดอสังหาฯกำลังก้าวเข้าสู่ “Two-Speed Market” โดยเซกเตอร์อย่าง Luxury, Industrial & Logistics และ Hospitality เด่นชัด ขณะที่บางกลุ่มยังต้องเผชิญความท้าทายด้านดีมานด์และซัพพลาย

สำรวจว่าแนวโน้มการทำงานที่เปลี่ยนไป กระแสความยั่งยืน และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใหม่ กำลังขับเคลื่อนและปรับโฉมตลาดอาคารสำนักงานเกรด A และอาคารที่ได้รับการรับรองของไทยอย่างไร
อีบุ๊กฉบับกระชับ 5 หน้านี้ รวบรวมข้อมูลเชิงลึกสำคัญ — ตั้งแต่ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจและภาวะเศรษฐกิจมหภาค ไปจนถึงพลวัตของอุปสงค์–อุปทาน แนวโน้มการลงทุน และทิศทางการพัฒนาในอนาคต — โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Japan Valuers Thailand และหน่วยงานเศรษฐกิจชั้นนำของประเทศ
ดาวน์โหลดตอนนี้ เพื่อทำความเข้าใจว่าการทำงานแบบไฮบริด มาตรฐานอาคารสีเขียว และการขยายตัวของโครงข่ายขนส่งมวลชน กำลังสร้างโอกาสใหม่ให้กับนักลงทุน นักพัฒนา และผู้เช่า ในตลาดอาคารสำนักงานไทยที่กำลังเติบโตและปรับตัวอย่างต่อเนื่อง

ประเทศไทยเป็นที่ตั้งของแบรนด์โรงแรมสัญชาติไทยชั้นนำหลายแห่ง ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงและมีบทบาทอย่างมั่นคงในจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วประเทศ แบรนด์เหล่านี้สะท้อนถึงมรดกด้านการบริการอันลึกซึ้งของคนไทยควบคู่กับความประณีตและความร่วมสมัยในด้านการออกแบบ ภาพรวมนี้นำเสนอให้เห็นถึงวิธีที่ผู้ประกอบการโรงแรมไทยชั้นนำยังคงมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดโรงแรมภายในประเทศ ด้วยการมอบประสบการณ์อันโดดเด่นที่ผสมผสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นเข้ากับการบริการระดับโลกอย่างกลมกลืน

ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของผู้ประกอบการโรงแรมระดับโลก ด้วยการมีแบรนด์ที่หลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่ระดับอัลตร้าลักชัวรีไปจนถึงระดับประหยัด ความหลากหลายนี้สะท้อนถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะทั้ง จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวระดับโลก และ ศูนย์กลางการเดินทางเพื่อธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย ภาพรวมนี้นำเสนอการจัดตำแหน่งของกลุ่มโรงแรมชั้นนำระดับนานาชาติในตลาดไทยปัจจุบัน ซึ่งไม่เพียงแสดงถึง ตัวเลือกที่หลากหลายสำหรับนักเดินทางทั่วโลก แต่ยังตอกย้ำถึง ความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ระดับโลก ที่มีต่อศักยภาพและเสน่ห์ของอุตสาหกรรมการบริการในประเทศไทย

เจาะลึกปัจจัยที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมโรงแรมและการท่องเที่ยวไทย ครึ่งปี 2025 พร้อมค้นหาโอกาสใหม่ ๆ ที่ยังเปิดกว้าง ขณะที่ตลาดก้าวสู่ปี 2026
E-Book ความยาว 4 หน้า รวบรวมแนวโน้มสำคัญของปีไว้อย่างครบถ้วนและเข้าใจง่าย — ครอบคลุมทั้งความต้องการท่องเที่ยว ความเชื่อมต่อด้านการบิน ซัพพลายใหม่ ไปจนถึงสภาวะทางการเงินและมุมมองของนักลงทุน — โดยอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานชั้นนำของไทย
ดาวน์โหลด เพื่ออ่านข้อมูลเชิงลึกที่ชัดเจนและนำไปใช้ได้จริง เหมาะสำหรับผู้ประกอบการ นักพัฒนา และนักลงทุน ที่ต้องการเตรียมกลยุทธ์ก้าวต่อไปในภูมิทัศน์โรงแรมไทยที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ปี 2567
ธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ (Service Apartment) ในปัจจุบันเน้นไปที่การมีฟิตเนสและทางเลือกด้านสุขภาพที่ทันสมัย รวมถึงเป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงและครอบครัวเพื่อตอบสนองความต้องการและความชื่นชอบของนักเดินทาง
- เนื่องจากประเทศไทยยังไม่มีการจำกัดจำนวนแรงงานต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำงาน ทำให้ธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ทเม้นท์ ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง
- ธุรกิจอพาร์ตเมนต์บริการส่วนใหญ่มักตั้งอยู่ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า โดยเฉพาะถนนสุขุมวิท ถือเป็นทำเลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการพัฒนาโครงการลักษณะนี้
- อัตราค่าเช่าอพาร์ตเมนต์บริการในย่านลุมพินีถือว่าสูงที่สุด โดยอยู่ที่ประมาณ 1,800 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน
- ปัจจุบัน ผู้เช่ามีความใส่ใจในเรื่องความยั่งยืนมากขึ้น เช่น ศูนย์ออกกำลังกาย อาหารเพื่อสุขภาพ และการรับรองอาคารสีเขียว อพาร์ตเมนต์บริการที่สามารถมอบสิ่งอำนวยความสะดวกและบริการคุณภาพสูงที่โรงแรมทั่วไปไม่มีให้ เช่น บริการซักรีด บริการห้องพักตลอด 24 ชั่วโมง และพนักงานอำนวยความสะดวก จะสามารถสร้างความได้เปรียบในตลาดที่มีการแข่งขันสูง
- ณ ปี 2566 มีชาวต่างชาติที่อาศัยและทำงานในประเทศไทยประมาณ 3-4 ล้านคน และมีชาวญี่ปุ่นอาศัยอยู่ในไทยราว 78,500 คน ซึ่งตัวเลขนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี และแตะระดับสูงสุดในปี 2564 ที่มากกว่า 82,500 คน

การวิจัยตลาดอุตสาหกรรม
เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกกำลังปลดล็อกศักยภาพการลงทุนโดยเชื่อมโยงสองเขตเศรษฐกิจที่มีพลวัตกับเขตเศรษฐกิจอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (GBA)
- ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้นและรัฐบาลประกาศให้เป็นโรคประจำถิ่น นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น กิจกรรมทางเศรษฐกิจมีเสถียรภาพ และอุปสงค์ภายในประเทศปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ ความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นในหมู่ผู้ประกอบการเป็นประโยชน์ต่อภาคการผลิตและอุตสาหกรรม
- จำนวนนักลงทุนต่างชาติในปี 2566 เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีต่อปี โดยญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดในพื้นที่ EEC
- เป้าหมายเร่งด่วนในปี 2566 ได้แก่ วีซ่าระยะยาว, สถานที่ระดมทุน EEC, พร้อมเริ่มการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (เชื่อมต่อ 3 สนามบิน), การจัดตั้งศูนย์ธุรกิจ EEC และเมืองที่น่าอยู่ ฯลฯ
- ในปี 2566 แต่ละโครงการจะได้รับการเพิ่มขึ้นโดยการปรับให้เข้ากับอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ (S curve ใหม่) และมีการจัดงาน EEC Cluster Fair 2023 เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการลงทุนเพื่อสร้างหมุดหมายใหม่ของการลงทุนไทยในพื้นที่ EEC




