ลดความเสี่ยงในการควบรวมกิจการ (M&A) ด้วยรายงานจาก บริษัทประเมิน มาตรฐาน RICS | Japan Valuers (Thailand)

มิถุนายน 11, 2569

การควบรวมและการซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions: M&A) ในภาพรวมเศรษฐกิจยุค 2026 ถือเป็นทางลัดเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตและขยายตลาดได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการซื้อโรงงานในนิคมอุตสาหกรรม การเข้าควบคุมเชนโรงแรม หรือการควบรวมอาคารสำนักงานทำเลทอง ทว่า ภายใต้โอกาสอันยิ่งใหญ่เหล่านี้ มักมีความเสี่ยงมหาศาลซ่อนอยู่เสมอ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการ “ประเมินมูลค่าสินทรัพย์ผิดพลาด” ซึ่งอาจนำไปสู่การซื้อกิจการในราคาที่แพงเกินจริง (Overpayment)

เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างความโปร่งใสในทุกขั้นตอนการเจรจา การเลือกใช้บริการจาก บริษัทประเมิน มาตรฐาน RICS จึงเป็นกลไกสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการทำกระบวนการตรวจสอบทรัพย์สิน (Property Due Diligence) บทความนี้จะเจาะลึกในหลากหลายหัวข้อ เพื่อแสดงให้เห็นว่ารายงานประเมินราคาระดับโลกนี้ช่วยปกป้องเงินลงทุนของคุณได้อย่างไร

กับดักราคาในกระบวนการ M&A: เมื่อตัวเลขในบัญชีอาจไม่ตรงกับความจริง

หนึ่งในปัญหาคลาสสิกที่ผู้ซื้อกิจการมักพบเจอคือ มูลค่าอสังหาริมทรัพย์ที่บันทึกไว้ในสมุดบัญชีของบริษัทเป้าหมาย (Book Value) มักเป็นตัวเลขดั้งเดิมที่หักค่าเสื่อมราคาทางบัญชีแล้ว ซึ่งอาจต่ำกว่าหรือสูงกว่าราคาตลาดในปัจจุบันอย่างมาก

  • ความเสี่ยงของผู้ซื้อ: หากมูลค่าสินทรัพย์ที่แท้จริงต่ำกว่าตัวเลขที่โชว์ในงบการเงิน คุณกำลังจ่ายเงินซื้อ “ลม” และเมื่อดีลจบลง คุณอาจต้องบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ (Impairment Charge) ในทันที

ทำความรู้จัก มาตรฐาน RICS: เกราะป้องกันความเสี่ยงระดับสากล

RICS (Royal Institution of Chartered Surveyors) คือสถาบันวิชาชีพระดับโลกจากประเทศอังกฤษ รายงานประเมินราคาที่จัดทำโดย บริษัทประเมิน มาตรฐาน RICS จะต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบ “Red Book” ซึ่งได้รับการยอมรับจากองค์กรการเงินและบริษัทข้ามชาติทั่วโลก

เมื่อนำรายงานนี้มาใช้ในกระบวนการ M&A ทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขายจะมีกรอบอ้างอิงที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ลดข้อขัดแย้งในการเจรจาต่อรองราคาลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

การตรวจสอบเอกสารสิทธิ์และข้อจำกัดทางกฎหมายอย่างละเอียด

การประเมินราคาตามมาตรฐาน RICS ไม่ใช่เพียงแค่การเดินดูตึกแล้วตีราคา แต่นักประเมินจะต้องทำหน้าที่เสมือนนักสืบอสังหาริมทรัพย์

  • เจาะลึกหลังโฉนด: ตรวจสอบโฉนดที่ดิน (Chanote) สัญญาเช่าระยะยาว (Leasehold) รวมถึงข้อจำกัดทางกฎหมาย เช่น กฎหมายผังเมือง แนวเวนคืน หรือข้อจำกัดในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติในประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ซื้อจะสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้อย่างไม่มีอุปสรรคทางกฎหมาย

 

บริษัทประเมินมาตรฐาน RICS สำหรับควบรวมกิจการ

 

วิธีการประเมินราคาที่เหมาะสมสำหรับสินทรัพย์แต่ละประเภท

ในการควบรวมกิจการ สินทรัพย์ที่ติดมากับบริษัทมักมีความหลากหลาย บริษัทประเมินที่ได้มาตรฐาน RICS จะเลือกใช้ระเบียบวิธีคำนวณ (Valuation Methodologies) ที่แม่นยำและตอบโจทย์:

  • Income Approach (วิธีคิดจากรายได้): เหมาะสำหรับธุรกิจโรงแรม หรืออาคารคอมเมอร์เชียล โดยใช้วิธีคิดลดกระแสเงินสด (Discounted Cash Flow: DCF) เพื่อสะท้อนความสามารถในการทำกำไรในอนาคต

  • Cost Approach (วิธีคิดจากต้นทุน): เหมาะสำหรับโรงงานและคลังสินค้า โดยคำนวณจากค่าก่อสร้างใหม่ หักลบด้วยค่าเสื่อมราคาทั้งทางกายภาพและทางหน้าที่ (Functional Obsolescence) แล้วบวกด้วยราคาที่ดินปัจจุบัน

การจัดสรรราคาซื้อเพื่อวัตถุประสงค์ทางบัญชี (Purchase Price Allocation: PPA)

หลังจากที่ดีล M&A สำเร็จเสร็จสิ้น กฎหมายบัญชีสากล (IFRS) บังคับให้บริษัทผู้ซื้อต้องทำกระบวนการ PPA เพื่อแยกแยะว่าเงินที่จ่ายไปนั้น เป็นมูลค่าของที่ดิน อาคาร เครื่องจักร หรือเป็น “ค่าความนิยม” (Goodwill)

  • ตัวช่วยฝ่ายบัญชี: รายงานจาก บริษัทประเมิน มาตรฐาน RICS จะแจกแจงมูลค่าตลาดของสินทรัพย์ถาวรแต่ละชิ้นอย่างชัดเจน ช่วยให้ผู้สอบบัญชีระดับ Big 4 สามารถตรวจสอบและบันทึกบัญชีได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และลดความเสี่ยงที่จะถูกสรรพากรประเมินภาษีย้อนหลัง

ติดปีกการเจรจาด้วยความเป็นกลาง ปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน

ในสงครามการเจรจา M&A ความเป็นกลางคือสิ่งสำคัญที่สุด RICS มีเกณฑ์จรรยาบรรณที่เข้มงวดมากเกี่ยวกับการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest)

  • ไร้แรงจูงใจแอบแฝง: นักประเมินของ RICS ห้ามทำหน้าที่เป็นนายหน้าซื้อขายในดีลเดียวกัน และห้ามรับค่าจ้างเป็นเปอร์เซ็นต์จากราคาซื้อขาย ข้อมูลและตัวเลขในรายงานจึงมีความเที่ยงตรง เป็นอิสระ และเป็นที่ยอมรับของบอร์ดบริหารและผู้ถือหุ้นของทั้งสองฝ่าย

 

Japan Valuers ช่วยลดความเสี่ยงในการ M&A

 

ประเมินความเสี่ยงยุคใหม่ด้วยมิติ ESG

ในยุค 2026 การควบรวมกิจการไม่ได้ดูแค่ผลกำไรระยะสั้น แต่ต้องดูความยั่งยืนด้วย มาตรฐาน RICS บังคับให้นักประเมินนำเกณฑ์ ESG (Environmental, Social, and Governance) มาวิเคราะห์ร่วมในการประเมินมูลทรัพย์สิน เช่น

  • อาคารมีประสิทธิภาพการใช้พลังงานอย่างไร?

  • โรงงานอุตสาหกรรมมีสารปนเปื้อนในที่ดินหรือแหล่งน้ำหรือไม่? หากพบความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม ผู้ซื้อสามารถนำข้อมูลนี้ไปใช้หักลดราคาซื้อขาย หรือระบุไว้ในสัญญาเพื่อความปลอดภัย

ทำไมต้องเลือก Japan Valuers (Thailand) เป็นที่ปรึกษา M&A?

การทำธุรกรรม M&A ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นทุนไทยหรือทุนข้ามชาติ ต้องการที่ปรึกษาที่มีความเป็นเลิศทั้งในระดับสากลและเข้าใจบริบทท้องถิ่น บริษัท เจแปน แวลูเออร์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมยืนเคียงข้างคุณในฐานะบริษัทที่ควบคุมมาตรฐานโดย RICS (RICS Regulated Firm) มาตั้งแต่วันแรกในปี 2011

เราเป็นบริษัทประเมินราคาอิสระที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ทีมงานของเราผสาน “ความละเอียดรอบคอบ ไร้ข้อผิดพลาดตามแบบแผนญี่ปุ่น (Kaizen)” เข้ากับเกณฑ์การประเมินสากลของ RICS เราจัดทำรายงานรูปแบบทวิภาษา (Bilingual) และภาษาญี่ปุ่นที่ประณีต แม่นยำ และผ่านการกลั่นกรองสมมุติฐานอย่างสมเหตุสมผล ช่วยให้คณะกรรมการบริษัทและสถาบันการเงินผู้ปล่อยกู้ร่วม (Syndicated Loan) มั่นใจสูงสุดในการเดินหน้าปิดดีล M&A อย่างปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด