อาคารสีเขียว (Green Building) และมาตรฐานสากล: แนวทางการรับรองเพื่อ ESG และตัวอย่างอาคารชั้นนำ

มีนาคม 4, 2569

ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ การพัฒนา อาคารสีเขียว (Green Building) ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของวงการอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลก ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้ใช้งาน และเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนกลยุทธ์ ESG (Environmental, Social, and Governance) ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม

อาคารสีเขียว คืออะไร?

อาคารสีเขียว คือ อาคารที่ถูกออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารจัดการโดยคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย โดยมีลักษณะเด่น ดังนี้:

  • การจัดการพลังงาน: ลดการใช้ไฟฟ้าและเพิ่มการใช้พลังงานสะอาด
  • ทรัพยากรน้ำ: มีระบบหมุนเวียนและลดการใช้น้ำอย่างคุ้มค่า
  • วัสดุที่ยั่งยืน: เลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมและรีไซเคิลได้
  • คุณภาพอากาศ: มีระบบระบายอากาศที่ดีและลดสารพิษในอาคาร

มาตรฐานอาคารสีเขียวที่สำคัญ: ตัวช่วยยกระดับความเชื่อถือ

เพื่อให้การเป็น “อาคารสีเขียว” มีมาตรฐานที่ตรวจสอบได้ องค์กรระดับสากลจึงได้พัฒนาระบบการประเมินเพื่อรับรองมาตรฐานอาคาร (Certification) ที่ครอบคลุมมิติต่างๆ ดังนี้:

1. U.S. Green Building Council (USGBC) and LEED

LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) เป็นมาตรฐานระดับสากลที่พัฒนาโดย U.S. Green Building Council (USGBC) ─ ใช้กันทั่วโลกทั้ง อาคารใหม่และอาคารที่ใช้อยู่แล้ว ประเมินด้าน การใช้พลังงาน, การจัดการน้ำ, วัสดุ,และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

แบ่งระดับการรับรอง: Certified Silver Gold Platinum

 

อาคารสีเขียว (Green Building) และมาตรฐานสากล: แนวทางการรับรองเพื่อ ESG และตัวอย่างอาคารชั้นนำ

เหมาะกับ: สำนักงาน, ห้างสรรพสินค้า, โรงแรม, อาคารสูง และโครงการใหญ่
เน้นการลดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมโดยรวม

2. WELL Building Standard

เน้นเรื่อง สุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้ใช้งานอาคาร มากกว่าแค่การประหยัดพลังงาน

ครอบคลุมปัจจัยต่าง ๆ เช่น คุณภาพอากาศ, น้ำ, แสง, ความสบาย, สุขภาพจิต และแสงธรรมชาติ

รับรองอาคารที่สนับสนุนรูปแบบการใช้ชีวิตที่ดีขึ้นของผู้อยู่อาศัย

เหมาะกับ: สำนักงาน, โรงแรม, โรงพยาบาล, สถานศึกษา

3. Fitwel

เกณฑ์จากสหรัฐฯ โดยเน้นการส่งเสริมสุขภาพและการเข้าถึงพื้นที่ส่วนกลาง เช่น การออกแบบให้เดินได้ง่าย มีพื้นที่สีเขียว ฯลฯ

มักใช้กับอาคารสำนักงานและพื้นที่ใช้งานทั่วไป

เหมาะกับ: อาคารเชิงพาณิชย์, สถานที่ทำงาน, อาคารสาธารณะ

4.Thai Green Building Institute and TREES

ระบบประเมินอาคารเขียวของประเทศไทย พัฒนาโดย Thai Green Building Institute เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศ กฎหมาย และบริบทการพัฒนาอาคารในไทยโดยเฉพาะ

มาตรฐานนี้ครอบคลุมการบริหารจัดการอาคาร การใช้พลังงานและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ คุณภาพสิ่งแวดล้อมภายในอาคาร การเลือกใช้วัสดุ และนวัตกรรมด้านความยั่งยืน โดยมีระดับการรับรองตั้งแต่ Certified, Silver, Gold จนถึง Platinum

TREES จึงถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่สะท้อนมาตรฐานความยั่งยืนของอาคารในตลาดไทย และช่วยสนับสนุนเป้าหมาย ESG ในระดับองค์กรได้อย่างชัดเจน

5.EDGE

เป็นมาตรฐานอาคารเขียวที่พัฒนาโดย International Finance Corporation ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มธนาคารโลกจุดเด่นของ EDGE คือแนวทางที่เรียบง่ายและวัดผลได้ชัดเจน โดยกำหนดให้อาคารต้องลดการใช้พลังงาน น้ำ และพลังงานแฝงจากวัสดุก่อสร้างอย่างน้อย 20% เมื่อเทียบกับอาคารทั่วไปจึงจะได้รับการรับรอง นอกจากนี้ยังมีระดับ EDGE Advanced และ Zero Carbon สำหรับโครงการที่ตั้งเป้าหมายลดคาร์บอนสูงขึ้น EDGE จึงเหมาะกับโครงการที่ต้องการวางแผนความยั่งยืนตั้งแต่ขั้นออกแบบ และต้องการเครื่องมือที่เชื่อมโยงกับการรายงานผลด้าน ESG อย่างเป็นรูปธรรม

6.BREEAM

มาตรฐานเก่าแก่จากสหราชอาณาจักร ให้คะแนนด้าน พลังงาน, สุขภาพ, ขยะ, ระบบการจัดการ และนวัตกรรม

ใช้แพร่หลายโดยเฉพาะในยุโรป แต่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

เหมาะกับ: โปรเจ็กต์ขนาดใหญ่และอาคารเพื่อการพาณิชย์หลายประเภท

การได้รับมาตรฐานเช่น LEED, WELL หรือ Fitwel ช่วยให้องค์กรหรืออาคาร:

  • แสดงความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม
  • ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
  • ตอบสนองหลักเกณฑ์ ESG ซึ่งนักลงทุนและผู้เช่าปัจจุบันให้ความสำคัญมากขึ้น ทุกวันนี้การมีใบรับรองเหล่านี้เป็นหนึ่งในตัวชี้วัด ESG ที่สำคัญ

อัปเดตตัวอย่างอาคารสีเขียว “ระดับโลก” ในเมืองไทย (2024-2026)

1.One Bangkok

Certification: LEED-ND Platinum & WELL Platinum
โครงการแรกในไทยที่ได้รับ Platinum ทั้งย่าน (Neighborhood Development) มีพื้นที่สีเขียวถึง 50 ไร่ และระบบจัดการน้ำอัจฉริยะ

อาคารสีเขียว (Green Building) และมาตรฐานสากล: แนวทางการรับรองเพื่อ ESG และตัวอย่างอาคารชั้นนำ Green Buildings and International Standards: Certification Pathways for ESG and Leading Building Examples One Bangkok Dusit Central Park One City Centre

2.Dusit Central Park

Certification: LEED Gold & WELL Platinum
มาพร้อม “Roof Park” ขนาด 7 ไร่ และการออกแบบเชิงป้องกันแผ่นดินไหวด้วยเสาเข็มลึก 80 เมตร ซึ่งลึกที่สุดในไทย

อาคารสีเขียว (Green Building) และมาตรฐานสากล: แนวทางการรับรองเพื่อ ESG และตัวอย่างอาคารชั้นนำ Green Buildings and International Standards: Certification Pathways for ESG and Leading Building Examples One Bangkok Dusit Central Park One City Centre

3.One City Centre (OCC)

Certification: Fitwel 2-Star (first in Thailand)
เน้นความสุขในการทำงานด้วย “Urban Stage” พื้นที่เปิดโล่งหน้าอาคารที่เชื่อมต่อคนเมืองเข้ากับพื้นที่สุขภาพ

อาคารสีเขียว (Green Building) และมาตรฐานสากล: แนวทางการรับรองเพื่อ ESG และตัวอย่างอาคารชั้นนำ Green Buildings and International Standards: Certification Pathways for ESG and Leading Building Examples One Bangkok Dusit Central Park One City Centre

การพัฒนาอาคารสีเขียวไม่เพียงช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างมูลค่าให้กับอสังหาริมทรัพย์ในยุคที่ ESG กลายเป็นมาตรฐานสำคัญของธุรกิจสากล ยิ่งได้รับการรับรองจากมาตรฐานระดับโลก ยิ่งส่งผลดีต่อภาพลักษณ์องค์กรและความคุ้มค่าของการลงทุนในระยะยาว

ขอบคุณข้อมูลจาก : U.S. Green Building Council (USGBC), kswood, Fitwel, BREEAM, TREES

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาคารสีเขียวและมาตรฐานสากล

1.มาตรฐาน LEED กับ WELL ต่างกันอย่างไร? เลือกอันไหนดี?

หากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดเจน:

  • LEED: เน้นไปที่ “ตัวอาคาร” (Hard side) เช่น การประหยัดไฟ การใช้น้ำ และการลดมลพิษต่อโลก
  • WELL: เน้นไปที่ “คนที่อยู่ในอาคาร” (Soft side) เช่น คุณภาพอากาศที่หายใจ แสงสว่างที่ถนอมสายตา และสุขภาพจิต

2.อาคารเก่าที่ไม่ใช่ตึกสร้างใหม่ สามารถขอมาตรฐานอาคารสีเขียวได้หรือไม่?

ทำได้ครับ มาตรฐานอย่าง LEED v4.1 O+M (Operations and Maintenance) ถูกออกแบบมาเพื่ออาคารที่เปิดใช้งานแล้ว โดยจะเน้นไปที่การปรับปรุงระบบบริหารจัดการขยะ การใช้พลังงาน และประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ยั่งยืนขึ้นโดยไม่ต้องทุบตึกสร้างใหม่

3.ทำไมบริษัทที่เน้น ESG ถึงต้องเช่าออฟฟิศที่เป็นอาคารสีเขียว?

เพราะการเช่าอาคารสีเขียวช่วยให้บริษัทสามารถ รายงานผลการลดก๊าซเรือนกระจก (Scope 3) ได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องภาพลักษณ์องค์กร (Employer Branding) ในการดึงดูดคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตในการทำงาน