การตัดสินใจเลือกซื้อคอนโดมิเนียมสักแห่งเป็นการลงทุนครั้งสำคัญในชีวิต หลายคนมักให้ความสนใจกับทำเลที่ตั้ง ราคา สิ่งอำนวยความสะดวก และดีไซน์ที่สวยงาม แต่มีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่มักถูกมองข้าม นั่นคือ “มาตรฐาน EIA” หรือการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า EIA คืออะไร ทำไมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเลือกซื้อคอนโด และ ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ (real estate consultant) ที่ดีจะช่วยให้คุณพิจารณาเรื่องนี้ได้อย่างไร เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าคอนโดในฝันของคุณนั้น ไม่เพียงสวยงามน่าอยู่ แต่ยังปลอดภัยและใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
มาตรฐาน EIA คืออะไร? ทำความเข้าใจพื้นฐานสำคัญ
เมื่อพูดถึงการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม คำว่า “EIA” มักจะถูกกล่าวถึงอยู่เสมอ แต่หลายคนอาจยังไม่เข้าใจความหมายและความสำคัญของมันอย่างถ่องแท้
EIA ย่อมาจากอะไร?
EIA เป็นคำย่อมาจากภาษาอังกฤษว่า Environmental Impact Assessment ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า “การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม” นี่คือกระบวนการศึกษาและประเมินผลที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการพัฒนาต่างๆ ต่อสภาพแวดล้อมโดยรอบ ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ชัดเจนก่อนเริ่มโครงการ
วัตถุประสงค์หลักของ EIA: เพื่อศึกษา คาดการณ์ และประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการพัฒนา ทั้งในแง่บวกและลบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพของประชาชน
หัวใจสำคัญของ EIA คือการมองไปข้างหน้า เพื่อคาดการณ์ว่าโครงการที่กำลังจะเกิดขึ้นนั้นจะส่งผลอย่างไรบ้างต่อสิ่งแวดล้อมในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ดิน น้ำ อากาศ เสียง ระบบนิเวศ ทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงผลกระทบต่อสุขภาพ วิถีชีวิต และสังคมของประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง การประเมินนี้ครอบคลุมทั้งผลกระทบทางตรงและทางอ้อม ทั้งในระยะสั้นระหว่างการก่อสร้าง และระยะยาวเมื่อโครงการเปิดดำเนินการแล้ว
บทบาทของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ใครเป็นผู้กำหนดและดูแล?
ในประเทศไทย หน่วยงานหลักที่มีบทบาทในการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และกำกับดูแลกระบวนการ EIA คือ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สผ. มีหน้าที่พิจารณารายงาน EIA ที่ผู้พัฒนาโครงการจัดทำขึ้น และให้ความเห็นชอบก่อนที่โครงการจะได้รับใบอนุญาตก่อสร้างหรือดำเนินการต่อไปได้
EIA ไม่ใช่แค่ใบอนุญาต แต่เป็นกระบวนการที่มุ่งเน้นการหามาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบเหล่านั้น เพื่อให้การพัฒนาเป็นไปอย่างยั่งยืน
หลายคนอาจเข้าใจผิดว่า EIA เป็นเพียง “ใบอนุญาต” ที่โครงการต้องมี แต่ในความเป็นจริง EIA คือ “กระบวนการ” ที่ซับซ้อนและมีความหมายมากกว่านั้น มันไม่ได้จบแค่การอนุมัติ แต่เป็นการวางแผนอย่างเป็นระบบเพื่อหาทางป้องกันผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ หรือหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องมีมาตรการในการลดผลกระทบเหล่านั้นให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ รวมถึงการเสนอมาตรการติดตามตรวจสอบผลกระทบหลังโครงการเริ่มดำเนินการ เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาโครงการนั้นสอดคล้องกับหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน สร้างสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจ สังคม และการรักษาสิ่งแวดล้อม
EIA สำคัญกับ “คอนโด” และ “ผู้อยู่อาศัย” อย่างไร?
การที่โครงการคอนโดมิเนียมผ่านการอนุมัติ EIA ไม่ได้เป็นเพียงการปฏิบัติตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังส่งผลดีโดยตรงต่อคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย รวมถึงมูลค่าของทรัพย์สินในระยะยาวอีกด้วย
คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
โครงการที่ผ่าน EIA จะต้องมีแผนการจัดการผลกระทบด้านต่างๆ ที่ชัดเจน ซึ่งนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้อยู่อาศัย ดังนี้:
- การจัดการจราจร: หนึ่งในปัญหาคลาสสิกของโครงการขนาดใหญ่คือผลกระทบต่อการจราจรโดยรอบ EIA จะกำหนดให้โครงการต้องศึกษาและเสนอมาตรการบรรเทาปัญหา เช่น การจัดช่องทางเข้าออกที่เหมาะสม การประสานงานกับหน่วยงานจราจรเพื่อปรับปรุงสัญญาณไฟ หรือการสนับสนุนการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ซึ่งช่วยลดปัญหาความแออัดบริเวณโครงการและพื้นที่ใกล้เคียง
- การจัดการของเสียและน้ำทิ้ง: คอนโดมิเนียมที่มีผู้อยู่อาศัยจำนวนมากย่อมก่อให้เกิดของเสียและน้ำทิ้งในปริมาณสูง โครงการที่ผ่าน EIA จะต้องมีระบบบำบัดน้ำทิ้งที่มีมาตรฐานก่อนปล่อยออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะ และมีแผนการจัดการขยะมูลฝอยที่ถูกสุขลักษณะ ไม่สร้างปัญหากลิ่นเหม็นหรือเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคสู่ชุมชนโดยรอบ
- มลพิษทางเสียงและอากาศ: ทั้งในช่วงก่อสร้างและหลังเข้าอยู่ EIA จะให้ความสำคัญกับการควบคุมมลพิษทางเสียงและอากาศ เช่น การกำหนดเวลาทำงานก่อสร้าง การใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่ก่อให้เกิดฝุ่นละอองมากเกินไป การออกแบบอาคารที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก และการจัดการระบบระบายอากาศที่ดี
- พื้นที่สีเขียวและการระบายอากาศ: หลายโครงการที่ผ่าน EIA จะมีการจัดสรรพื้นที่สีเขียวตามข้อกำหนด ซึ่งไม่เพียงเพิ่มความร่มรื่นสวยงาม แต่ยังช่วยดูดซับมลพิษและเพิ่มออกซิเจน การออกแบบอาคารที่คำนึงถึงทิศทางลมและการระบายอากาศตามธรรมชาติก็เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่ดีต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย
ความมั่นคงและถูกต้องตามกฎหมายของโครงการ
- ลดความเสี่ยงโครงการหยุดชะงัก: โครงการที่ผ่านการอนุมัติ EIA แสดงว่าได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างครบถ้วน ทำให้ลดความเสี่ยงที่โครงการจะถูกระงับการก่อสร้างหรือถูกร้องเรียนจากปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมในภายหลัง
- ความเชื่อมั่นในการลงทุน: การที่โครงการให้ความสำคัญและผ่านกระบวนการ EIA เป็นหลักประกันเบื้องต้นว่าผู้พัฒนามีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม มีการวางแผนจัดการผลกระทบอย่างรอบคอบ สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อทั้งในฐานะผู้อยู่อาศัยและนักลงทุน
ผลกระทบต่อมูลค่าทรัพย์สินในระยะยาว
- โครงการที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมักเป็นที่ต้องการและมีมูลค่าสูงกว่า: ในปัจจุบัน ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนมากขึ้น โครงการที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในเรื่องนี้ผ่านการทำ EIA และมีมาตรการจัดการที่ดี ย่อมเป็นที่ต้องการของตลาด และมีแนวโน้มที่จะรักษามูลค่าหรือเพิ่มมูลค่าได้ดีกว่าในระยะยาว
- การป้องกันปัญหาในอนาคตที่อาจส่งผลต่อราคาขายต่อหรือค่าเช่า: การละเลยปัญหาสิ่งแวดล้อมในวันนี้ อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่ในอนาคต เช่น ปัญหาน้ำท่วมขัง ปัญหาขยะล้น หรือข้อพิพาทกับชุมชนรอบข้าง ซึ่งปัญหาเหล่านี้ล้วนส่งผลลบต่อมูลค่าทรัพย์สินและความน่าอยู่ การผ่าน EIA และมีมาตรการจัดการที่ดีจึงเป็นการป้องกันปัญหาเหล่านี้ตั้งแต่ต้น

โครงการคอนโด “แบบไหนบ้าง” ที่ต้องทำ EIA? (อัปเดตตามกฎหมายปัจจุบัน)
ไม่ใช่ทุกโครงการคอนโดมิเนียมที่จะต้องจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) กฎหมายได้กำหนดประเภทและขนาดของโครงการที่เข้าข่ายต้องดำเนินการดังกล่าวไว้อย่างชัดเจน โดยอ้างอิงจากประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เกณฑ์กำหนดจากกฎหมาย: (อ้างอิงประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฉบับล่าสุด ณ วันที่เขียนบทความ เช่น พฤษภาคม 2568 ทั้งนี้ผู้ซื้อควรตรวจสอบกับประกาศฉบับล่าสุดเสมอ)
โดยทั่วไป เกณฑ์ที่ใช้พิจารณาว่าโครงการอาคารชุดหรือคอนโดมิเนียมใดต้องทำ EIA หรือไม่ มีดังนี้:
- จำนวนห้องชุด: โครงการที่มีจำนวนห้องชุดตั้งแต่ 80 ห้องชุดขึ้นไป โดยไม่คำนึงถึงขนาดพื้นที่ใช้สอยหรือความสูงของอาคาร มักจะเข้าข่ายต้องทำ EIA
- พื้นที่ใช้สอยรวมของอาคาร: โครงการที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารทุกหลังในโครงการรวมกันตั้งแต่ 4,000 ตารางเมตรขึ้นไป ก็เป็นอีกเกณฑ์หนึ่งที่ทำให้ต้องจัดทำ EIA แม้ว่าจำนวนห้องอาจไม่ถึง 80 ห้องก็ตาม
- ความสูงของอาคาร: ในบางกรณี (ขึ้นอยู่กับประกาศเฉพาะ) อาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป หรือเทียบเท่าอาคารประมาณ 7-8 ชั้น ก็อาจเข้าข่ายต้องทำ EIA เช่นกัน โดยเฉพาะหากตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีข้อกำหนดด้านความสูงเป็นพิเศษ
- ที่ตั้งโครงการ: ปัจจัยด้านที่ตั้งก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง โครงการที่ตั้งอยู่ใน พื้นที่อ่อนไหวทางสิ่งแวดล้อม เช่น ใกล้แหล่งน้ำสำคัญ (แม่น้ำ ทะเลสาบ ชายฝั่งทะเล) ใกล้เขตอุทยานแห่งชาติ เขตป่าสงวน หรือพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี อาจมีข้อกำหนดที่เข้มงวดกว่า หรือต้องทำ EIA แม้จะมีขนาดเล็กกว่าเกณฑ์ทั่วไปก็ตาม
EIA กับ “ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ (Real Estate Consultant)” คู่คิดในการเลือกคอนโด
ในการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมที่มีปัจจัยซับซ้อนและส่งผลกระทบระยะยาวเช่นนี้ การมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง และ “ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์” หรือ Real Estate Consultant มืออาชีพ สามารถเป็นคู่คิดที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างรอบด้านมากขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ EIA
บทบาทของที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพ: ไม่ใช่แค่หาห้องที่ถูกใจ แต่ต้องให้ข้อมูลรอบด้าน
ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์มืออาชีพไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่พาชมห้องตัวอย่าง หรือนำเสนอโครงการที่ตรงกับงบประมาณและความต้องการพื้นฐานเท่านั้น แต่ยังต้องสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกที่จำเป็นต่อการตัดสินใจ รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับ EIA ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพการอยู่อาศัยและความมั่นคงของโครงการในระยะยาว
ทำไมต้องถามเรื่อง EIA กับที่ปรึกษาฯ ของคุณ?
การสอบถามและขอข้อมูลเรื่อง EIA จากที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ของคุณมีความสำคัญด้วยเหตุผลหลายประการ:
- การตรวจสอบข้อมูล: ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ที่มีประสบการณ์และความเป็นมืออาชีพ ควรสามารถช่วยคุณตรวจสอบสถานะ EIA ของโครงการที่คุณสนใจได้ พวกเขาอาจมีช่องทางในการเข้าถึงข้อมูล หรือทราบแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่ได้รับนั้นถูกต้องและเป็นปัจจุบัน
- การวิเคราะห์ผลกระทบ: แม้ว่าโครงการจะผ่าน EIA แล้ว แต่รายละเอียดในรายงาน (หากสามารถเข้าถึงได้) หรือมาตรการต่างๆ ที่โครงการระบุไว้ อาจมีความซับซ้อนเกินกว่าที่ผู้ซื้อทั่วไปจะเข้าใจได้ทั้งหมด ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ที่ดีจะสามารถช่วยอธิบายได้ว่ามาตรการเหล่านั้น เช่น แผนการจัดการจราจร ระบบบำบัดน้ำเสีย หรือการควบคุมเสียง จะส่งผลต่อการอยู่อาศัยจริงของคุณอย่างไรบ้าง
- การเปรียบเทียบโครงการ: เมื่อคุณมีตัวเลือกโครงการคอนโดมิเนียมหลายแห่งในใจ ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์สามารถช่วยคุณเปรียบเทียบโครงการเหล่านั้น โดยใช้ประเด็นเรื่อง EIA เป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญ เช่น โครงการใดมีมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมที่โดดเด่นกว่า หรือโครงการใดมีการจัดการพื้นที่สีเขียวที่ดีกว่า ซึ่งจะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและตัดสินใจเลือกโครงการที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของคุณมากที่สุด
- การให้คำแนะนำเชิงลึก: สำหรับผู้ซื้อที่มีความกังวลหรือให้ความสำคัญกับประเด็นสิ่งแวดล้อมเป็นพิเศษ ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์สามารถให้คำแนะนำเชิงลึกได้ว่าควรพิจารณาประเด็นใดใน EIA เป็นพิเศษ เช่น หากคุณอ่อนไหวต่อเรื่องเสียง อาจต้องดูมาตรการควบคุมเสียงอย่างละเอียด หรือหากคุณให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว ก็ต้องดูว่าโครงการมีการจัดสรรและดูแลพื้นที่ส่วนนี้อย่างไร
สัญญาณของที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ที่ใส่ใจ: คือผู้ที่ให้ความสำคัญและสามารถให้ข้อมูลเรื่อง EIA แก่ลูกค้าได้
ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ที่ตระหนักถึงความสำคัญของ EIA และพร้อมที่จะให้ข้อมูลในเรื่องนี้แก่ลูกค้า สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและความใส่ใจในผลประโยชน์ระยะยาวของลูกค้า ไม่ใช่เพียงแค่ต้องการปิดการขาย พวกเขาเข้าใจว่าการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยเป็นการตัดสินใจครั้งใหญ่ และข้อมูลที่ครบถ้วนรอบด้าน รวมถึงเรื่อง EIA จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและพึงพอใจกับการลงทุนในระยะยาว
ดังนั้น เมื่อคุณกำลังมองหาคอนโดมิเนียม อย่าลังเลที่จะสอบถามเรื่อง EIA กับที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ของคุณ คำถามเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้คุณได้ข้อมูลที่สำคัญ แต่ยังเป็นวิธีหนึ่งในการประเมินความเป็นมืออาชีพและความน่าเชื่อถือของที่ปรึกษาฯ อีกด้วย
สรุป EIA สำคัญต่อการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมหรือไม่?
การให้ความสำคัญกับมาตรฐาน EIA ในการเลือกซื้อคอนโดมิเนียม ไม่ได้เป็นเพียงการทำตามกระแสหรือข้อกำหนดทางกฎหมายเท่านั้น แต่เป็นการตัดสินใจลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ความปลอดภัยทั้งต่อตัวผู้อยู่อาศัยและต่อการลงทุน รวมถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมรอบตัวคุณ การเลือกคอนโดที่ผ่าน EIA และมีมาตรการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี เปรียบเสมือนการเลือก “บ้าน” ที่ไม่เพียงสวยงามน่าอยู่ แต่ยังสะท้อนความรับผิดชอบต่อสังคมและโลกที่เราอาศัยอยู่
การทำความเข้าใจในความหมาย วัตถุประสงค์ และเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ EIA จะช่วยให้คุณมีเกราะป้องกันและมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่เฉียบคมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การปรึกษา ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ (real estate consultant) ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ จะเป็นผู้ช่วยคนสำคัญที่ทำให้คุณสามารถวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และเลือกสรรคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์ทั้งความสุขส่วนตัวและความรับผิดชอบต่อส่วนรวมได้อย่างแท้จริง
อย่ามองข้าม EIA เพราะนี่คือหนึ่งในรากฐานสำคัญของคอนโดมิเนียมคุณภาพ ที่จะส่งผลต่อประสบการณ์การอยู่อาศัยของคุณไปอีกนานหลายปี การลงทุนกับคอนโดที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของทุกคน
คำถามที่พบบ่อย
Q: ถ้าคอนโดที่สนใจมีขนาดเล็กกว่าเกณฑ์ที่ต้องทำ EIA หมายความว่าคอนโดนั้นไม่ดีหรือไม่?
A: ไม่จำเป็นเสมอไปค่ะ โครงการขนาดเล็กอาจไม่เข้าข่ายตามกฎหมายที่ต้องทำ EIA แต่ผู้ซื้อควรพิจารณามาตรการดูแลสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ที่โครงการมีให้ เช่น การจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพ ระบบบำบัดน้ำเสียที่ได้มาตรฐานภายในโครงการ หรือการออกแบบอาคารที่คำนึงถึงการประหยัดพลังงานและมีการระบายอากาศที่ดี แม้ไม่มี EIA บังคับ แต่ความใส่ใจของผู้พัฒนาโครงการต่อสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ สามารถช่วยประเมินปัจจัยเหล่านี้ประกอบการตัดสินใจได้ค่ะ
Q: เราจะตรวจสอบสถานะ EIA ของโครงการคอนโดได้อย่างไรบ้าง?
A: โดยทั่วไปสามารถสอบถามโดยตรงจากผู้พัฒนาโครงการหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายของโครงการนั้นๆ ค่ะ พวกเขามักจะมีข้อมูลหรือเอกสารรับรองการอนุมัติ EIA แสดงไว้ นอกจากนี้ บางโครงการอาจมีการแสดงเอกสาร EIA หรือใบอนุญาตก่อสร้างที่อ้างอิงถึงการผ่าน EIA ไว้ที่สำนักงานขาย หรือในบางกรณี สามารถลองค้นหาข้อมูลเบื้องต้นจากเว็บไซต์ของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ซึ่งอาจมีฐานข้อมูลโครงการที่ได้รับการอนุมัติ EIA ให้สืบค้นได้
Q: การที่คอนโดผ่าน EIA แล้ว จะรับประกันได้ 100% หรือไม่ว่าจะไม่มีปัญหาสิ่งแวดล้อมเลย?
A: EIA เป็นกระบวนการศึกษา คาดการณ์ และกำหนดมาตรการ “ป้องกันและลดผลกระทบ” สิ่งแวดล้อมให้เหลือน้อยที่สุดตามมาตรฐานที่กฎหมายและหลักวิชาการยอมรับได้ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาลงได้อย่างมาก แต่ไม่สามารถรับประกันได้ 100% ว่าจะไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้นเลยตลอดไป ปัจจัยอื่นๆ เช่น การบังคับใช้มาตรการตามที่ระบุไว้ในรายงาน EIA อย่างเคร่งครัด และการบริหารจัดการที่ดีของนิติบุคคลอาคารชุดหลังโครงการแล้วเสร็จและเริ่มมีการเข้าอยู่อาศัย ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีนั้นให้คงอยู่ต่อไป



